สนับสนุนโครงการโดย กองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย สำนักงานศิลปวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม

ชนบทที่รัก

โดย มานพ แก้วสนิท

ตอนที่ 1. ม้าหางแดง

บ่ายวันหนึ่งอากาศแจ่มใส ที่ลานดินในหมู่บ้าน มีสมาชิก มาวิ่งเล่นกันพร้อมหน้าพร้อมตา ทั้งจุก จอม เปี๊ยก และจ้อย บ้างก็ ใส่เสื้อและกางเกง บ้างก็นั่งแต่เฉพาะกางเกงสาวิ่งตะโกนมาแต่ไกล ในมือของเด็กน้อยถือลูกฟุตบอลยางพลาสติกสีแดง ซึ่งแม่ซื้อมาให้จากตลาดภายหลังการคุยฟุ้งเรื่องลูกฟุตบอลยางที่สาภูมิใจเป็นพิเศษแล้ว เกมฟุตบอลก็เริ่มขึ้น โดยแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย จุก จอม จ้อย อยู่ฝ่ายหนึ่ง เปี๊ยก แสง และสาอีกฝ่ายหนึ่ง มีกระป๋องนมวางเป็น ประตู ต่างฝ่ายผลัดกันรุกผลัดกันรับ ผลัดกันเตะหน้าแข้ง จนหน้า แข้งฟกช้ําดําเขียวไปตามๆ กัน สนุกจนเหงื่อไหลไคลย้อย เหนื่อย จนลิ้นห้อยไปตามๆ กัน

“พอก่อนดีไหมวะ” แสงเสนอขึ้น หอบจนเห็นซี่โครงบาน “ดีเหมือนกัน” อีกหลายคนรับคํา แล้วทรุดตัวลงนั่งอย่าง หมดเรี่ยวหมดแรง

สายิ้มอย่างดีใจที่เพื่อนๆ สนุกกับฟุตบอลลูกใหม่ของตนพักพอหายเหนื่อยกันแล้ว จ้อยก็เสนอขึ้นว่า

“เล่นอะไรกันต่อดีไหม"

“จะเล่นอะไรกันเอ่ย" จุกหันไปขอความเห็น "เล่น 'ม้าหางแดง' กันดีไหม” เปียกเสนอ

“เออ...ดี” เพื่อนๆ รับคํา “ลูกบอลไอ้สาก็มีอยู่แล้ว" ขนาดเท่าๆ กันกับตัวเอง เพราะเกมนี้จะมีการขี่หลังกันด้วย โดยจุก เด็กๆ เริ่มจับคู่กันเป็นคู่ๆ ต่างคนต่างเลือกคนที่มีรูปร่าง คู่กับจอม เปียกคู่กับน้อย และแสงคู่กับสา แล้วก็มีการแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย คือ จุก เปี๊ยก และแสงอยู่ฝ่ายเดียวกัน ส่วนจอม จ้อย และ สา อยู่อีกฝ่ายหนึ่ง

จุกไปหาไม้เล็กๆ ทําไม้สั้นไม้ยาวมาคู่หนึ่ง ให้ฝ่ายของจอม เป็นฝ่ายเลือกหยิบ เพื่อจะได้รู้ว่าฝ่ายไหนจะต้องเป็นม้าก่อน เด็กน้อย หนีบไม้เล็กๆ ในมือแน่น ให้ปลายไม้ส่วนที่โผล่ออกมาเสมอกัน จอม จะได้เลือกไม่ถูกว่าอันไหนสั้น อันไหนยาวจอมซึ่งเป็นตัวแทนของอีกฝ่ายก้าวเข้ามาเลือกไม้สั้นไม้ยาวเด็กน้อยลังเลอยู่เป็นเวลานาน

“ถ้าได้ไม้สั้นต้องเป็นม้านะโว้ย” จุกสําทับ

“อันไหนหว่า” จอมเกาหัวแกรกๆ

“หยิบไปเถอะน่า” จ้อยซึ่งเป็นฝ่ายเดียวกันว่าจอมเลือกหยิบไม้มาอันหนึ่ง เมื่อจุกแบไม้ในมือออกปรากฏว่าเหลือไม้สั้นอยู่ในมือ ฝ่ายของจุกจะต้องเป็นม้า จุก เปี๊ยกหน้า สมมุติเป็นม้า แล้วผู้ที่หยิบได้ไม้ยาวเท่ากับเป็นผู้ชนะจะเป็น ผู้ขึ้นขี่หลังม้า คู่ของใครก็คู่ของมัน คือจอมขึ้นขี่หลังจุก น้อยขึ้นและแสง ยืนล้อมวงเข้าเป็นวงกลม โน้มตัวไปข้างหน้า สมมุติเป็นม้า แล้วผู้ที่หยิบได้ไม้ยาวเท่ากับเป็นผู้ชนำจะเป็นผู้ขึ้นขี่หลังมเ คู่ของใครก็คู่ของมัน คือจอมขึ้นขี่หลังจุก จ้อยขึ้น ขี่หลังเปี๊ยก และสาขึ้นขี่หลังแสงฝ่ายชนะปรบมือโห่ร้องเพลงเขย่าตัวมาเล่นเป็นที่สนุกสนาน

ในขณะที่ฝ่ายแพ้เป็นม้าหน้าม่อย ยิ้มไม่ออกเพราะต้องแบกผู้ชนะ ที่จริง เกมนี้ถ้าจะให้พอสวย ควรจะมีผู้เล่นสัก 4 คู่ หรือ 5 คู่ “ว่ายังไงวะ เจ้าม้า” จอมกระเช้าจุก

“ไม่ว่ายังไงโว้ย” จุกว่าอย่างเหลืออด นึกในใจอยู่ตลอดเวลาว่า ฝากไว้ก่อนเถอะ เดี๋ยวถึงที่ข้าแล้วจะเขย่าให้เต็มที่เหมือนกัน “แต่ม้าของข้าไม่ยอมพูดว่ะ” จ้อยกระเช้าเปียก “ก็มันเป็นม้านี่หว่า” จอมว่า แล้วผู้ที่ขี่หลังม้าก็หัวเราะขึ้นพร้อมๆ กัน

เกม “ม้าหางแดง” จะเริ่มโดยผู้ขี่หลังจะโยนลูกบอล หรือ บางทีเด็กๆ ก็ใช้ลูกตะกร้อที่สานด้วยใบมะพร้าวใส่ดินทรายไว้ข้างใน พอขว้างปาได้ไม่เจ็บนัก ให้กับพวกของตน ซึ่งอยู่บนหลัง โดยโยน รับกันไปเรื่อยๆ

เกมเริ่มแล้ว...

จอมซึ่งขี่หลังจุก โยนลูกบอลไปให้น้อย ซึ่งจ้อยจะต้องคอย ระมัดระวังรับไม่ให้ลูกบอลพลาดลงดิน จ้อยรับได้แล้วก็โยนต่อไปให้สา ในขณะนั้นฝ่ายม้า คือ จุก เปียก และแสงจะคอยโยกตัวไปมา เพื่อ ให้ผู้ที่อยู่บนหลังรับลูกบอลพลาด จังหวะหนึ่งจอมรับบอลที่สาโยน มาพลาด ลูกบอลตกลงบนพื้นทันที

- ฝ่ายผู้ขี่หลังม้ารีบกระโดดจากหลังม้า แล้ววิ่งหนีไปคนละทิศ คนละทาง ฝ่ายม้าคือจุกรีบตะครุบลูกบอลขึ้นมาทันที แล้วปาไปที่ฝ่าย งคือจ้อย ซึ่งกําลังออกวิ่งเต็มที่ ลูกบอลลอยละลิ่วเฉียดหัวของจ้อยไปนิดเดียว

“เกือบไปแล้ว....เกือบได้เป็นม้าไปแล้ว” จอมว่า

จ้อยวิ่งไปหยิบลูกบอลกลับมา แล้วก็เริ่มเล่นไหมโดยฝ่ายจอย จอม และสาได้ขี่หลังม้าอีก เพราะฝ่ายของจุกปาลูกบอลไม่ถูกฝ่ายขี่หลัง โยนรับกันอยู่ไปมา สักพักสารับบอลตก แสงรีบตะครุบลูกบอลทันที สากระโดดลงจะออกวิ่ง แต่ช้าไป แสงขว้างลูกบอลถูกกลางหลังของสา เสียงดัง “ตึก”

“โอ๊ย” สาแกล้งร้อง แต่ที่จริงก็แสบๆ ร้อนๆ ดีเหมือนกัน ฝ่ายของจุกหัวเราะกันเกรียว

ตามกติกาคราวนี้ ฝ่ายที่เคยขี่หลังจะต้องเป็นม้าบ้างคือ จุก จะได้ขี่หลังจอม เปี๊ยกขี่หลังจ้อย และแสงจะได้ขี่หลังสาผลัดกัน คราวนี้ ฝ่ายที่ทําหน้าไม่สู้ดีอยู่แต่แรกเริ่มยิ้มแย้มแจ่มใสบ้างแล้ว เพราะได้ขี่หลัง คนอื่น แล้วเกมก็เริ่มใหม่โดยจุกโยนลูกบอลให้เปียกรับ เปียกรับได้ก็โยนให้แสงต่อไป

- สักพัก จุกทําบอลตกดิน สาเข้ามาตะครุบจะปา แต่ฝ่ายของ จุกวิ่งหนีไปไกลเสียแล้ว สาจะปาก็ปาไม่ถึงหรือแม้จะปาถึงก็ปาไม่ถูก เพราะมันไกล ในกรณีนี้ฝ่ายม้ามีสิทธิ์จะโยนบอลต่อๆ กันได้ คือ จอมวิ่งเข้าไปใกล้จุกเมื่อสาโยนบอลมาให้จอม จอมก็มีสิทธิ์จะปาจุกได้

แต่ถ้าหากว่า เมื่อสาโยนบอลมาและจอมรับพลาดตกถึงพื้นเสียก่อน จอมก็ไม่มีสิทธิ์ได้ว่า ต้องเริ่มต้นเล่นใหม่ โดยฝ่ายจอมต้องเป็นม้าอีก เด็กๆ สนุกสนานกับเกม “ม้าหางแดง” จนเย็น ขณะนั้น เองมีใครคนหนึ่งมายืนดูอยู่ใกล้ๆ

“อ้าว ป๋อง มาถึงเมื่อไหร่กันนี่” จุกหันไปทักเด็กชายวัย เดียวกัน แม้ขณะนั้นจะมีจอมขอยู่บนหลังชวน

“นานแล้ว เป็นยังไง สนุกไหมวะ” ป้องแกล้งถามไปยังงั้นเอง “สนุก...มาเล่นด้วยกันซี เอ็งไม่มีคู่ มาเล่นแทนข้าก็ได้”

“ตามสบายเถอะเอ็ง...” ป้องปฏิเสธ

“ทําไมล่ะ”

“ข้าขี้เกียจเป็นม้าแทนเอ็งว่ะ...ข้าเห็นเอ็งเป็นม้ามาตั้งแต่เริ่มเล่นแล้ว น่าสงสาร ได้ขี่บ้างก็ไม่กี่ครั้ง ไม่นานด้วย เดี๋ยวเดียวก็เป็นม้า อีกแล้ว”

“เกลียดจริงคนรู้ทันนี่” จุกบ่นอุบอิบ

โครงการคลาดนัดหนังสือ ขอเชิญชวนนักเรียนเขียนเรื่องสั้นขนาดสั้นส่งเข้าประกวด ไม่จำกัดหัวข้อ ความยาวไม่เกิน 1 หน้ากระดาษเอ.4 ส่งทางอีเมล์ anusornmarasa@gmail.com ประกาศผลในวันที่ 15 สิงหาคม 2569 ขอเชิญอ่านรวมเรื่องสั้น ชนบทที่รัก เป็นตัวอย่างการเขียน